
เครื่องมือ Interactive Routing ใน Altium Designer มีโหมดการทำงานและฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้การออกแบบแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) มีความรวดเร็ว แม่นยำ และรองรับความซับซ้อนได้สูง ดังนี้:
1. โหมดการจัดการสิ่งกีดขวาง (Conflict Resolution Modes)
ในขณะลากเส้น ผู้ออกแบบสามารถเลือกโหมดเพื่อให้ระบบจัดการกับสิ่งกีดขวางบนบอร์ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ:
- Walkaround: โหมดนี้จะช่วยให้ผู้ออกแบบลากเส้นอ้อมผ่านสิ่งกีดขวางที่มีอยู่โดยอัตโนมัติ.
- Hug: เป็นการลากเส้นให้ขนานหรือแนบไปตามแนวของเส้นเดิมหรือสิ่งกีดขวาง เพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด.
- Push: ระบบจะทำการผลักเส้นเดิมที่ขวางทางอยู่ออกไป เพื่อสร้างพื้นที่ให้เส้นที่กำลังลากอยู่สามารถผ่านไปได้.
2. โหมดการลากเส้นสำหรับสัญญาณพิเศษ
- Differential Pair Routing: โหมดเฉพาะสำหรับการลากเส้นสัญญาณคู่ต่างไปพร้อมกัน เพื่อรักษาความสมดุลของสัญญาณ.
- Interactive Multi-Routing: ช่วยให้สามารถลากเส้นวงจรหลาย ๆ เส้นได้พร้อมกัน ซึ่งเพิ่มความเร็วในการทำงานกับโครงข่าย (Nets) จำนวนมาก.
- Controlled Impedance Routing: ระบบจะควบคุมขนาดความกว้างของเส้นตามค่าอิมพีแดนซ์ที่กำหนด โดยความกว้างของเส้นจะเปลี่ยนไปตามชั้นเลเยอร์ที่เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ.
3. การเพิ่มประสิทธิภาพและเทคโนโลยีอัตโนมัติ
- ActiveRoute: เป็นเทคโนโลยีการลากเส้นแบบโต้ตอบกึ่งอัตโนมัติ โดยใช้อัลกอริทึมการลากเส้นแบบหลายโครงข่าย ผู้ออกแบบสามารถกำหนด “Guide” เพื่อสร้างเส้นทางเปรียบเสมือน “แม่น้ำ” (The River) ให้กลุ่มของเส้นวงจรไหลผ่านตามทิศทางที่ต้องการ.
- Length Tuning: เครื่องมือสำหรับปรับแต่งความยาวของเส้น ทั้งแบบเส้นเดี่ยวและคู่ต่าง เพื่อให้สัญญาณเดินทางถึงจุดหมายในเวลาที่สัมพันธ์กัน เหมาะสำหรับงาน High-Speed.
- Glossing & Retracing: ฟีเจอร์ที่ใช้สำหรับปรับปรุงและจัดระเบียบเส้นทางที่ลากไว้แล้ว ให้มีความสวยงามและมีประสิทธิภาพมากขึ้น.
- Topological Autorouter: ระบบลากเส้นอัตโนมัติที่ไม่ยึดติดกับตารางสี่เหลี่ยม (Orthogonal Grid) แต่จะใช้การกำหนดทิศทางและเส้นทางการเชื่อมต่อเป็นตัวนำทาง เพื่อผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับผู้ออกแบบที่เชี่ยวชาญ.
การเปรียบเทียบให้เห็นภาพ: การใช้โหมดต่าง ๆ ของ Interactive Routing เปรียบเสมือนคุณเป็นคนขับรถที่ใช้ระบบนำทางอัจฉริยะ โดยโหมด Walkaround, Hug และ Push คือระบบช่วยขับขี่ที่ช่วยให้คุณเลี้ยวหลบหรือเบียดผ่านการจราจรที่หนาแน่นได้ ส่วน ActiveRoute เปรียบเสมือนการสร้างทางด่วนพิเศษที่คุณเพียงแค่กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดจบไว้ แล้วระบบจะจัดการนำขบวนรถ (เส้นวงจร) ทั้งหมดให้วิ่งผ่านไปอย่างเป็นระเบียบและรวดเร็วในคราวเดียว.














